fbpx
  • รักษาแผลเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    กายอุปกรณ์กับกระบวนการรักษาแผลเบาหวาน

    ในกระบวนการ รักษาแผลเบาหวาน มีหลากหลายวิธีผสมผสานกันไปเพื่อทำให้แผลหายได้ไวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทานยา ทำแผลหรือแม้กระทั้งการใช้กายอุปกรณ์ ผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีอาการปลายประสาทเสื่อมทำให้ความรู้สึกที่เท้าลดลงหรือไม่รู้สึกเลย เมื่อเวลาเกิดบาดแผลที่เท้าคนไข้มักจะไม่รู้ตัวและใช้เท้าต่อไปทำให้แผลบริเวณฝ่าเท้ามีขนาดใหญ่ขึ้นและรุกลามไปจนตัดขาได้ กายอุปกรณ์ที่นำมาร่วมรักษาแผลเบาหวานนั้นจะช่วยทำให้แผลหายไวขึ้นหรือป้องกันการขยายขนาดของแผลและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลใหม่ อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้คนไข้สามารถดำเนินกิจวัตประจำในขณะที่แผลยังไม่สมานตัวดี หลักการการ รักษาแผลเบาหวาน โดยกายอุปกรณ์ การกระจายน้ำหนัก  เมื่อมีน้ำหนักมากดลงบนจุดใดจุดหนึ่งมากๆก็จะทำผิวหนังของเราเกิดบาดแผลได้ หลักการนี้คือการกระจายน้ำหนักออกไปให้ทั่วๆไม่กดอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้โดยการเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส นั้นหมายถึงการทำอุปกรณ์ให้มีขนาดและรูปร่างที่พอดีกับร่างกายมากที่สุด การเปลี่ยนตำแหน่งการลงน้ำหนัก บาดแผลมักจะเกิดขึ้นบริเวณที่มีการลงน้ำหนักมากเป็นเวลานาน เราจึงจะย้ายตำแหน่งที่ลงน้ำหนักไปอยู่บริเวณอื่นที่ไม่มีบาดแผล หรือลงน้ำหนักผิดตำแหน่งอันเรื่องมากจากการผิดรูปของเท้าเราก็จะย้ายตำแหน่งน้ำหนักมาอยู่ที่บริเวณที่เหมาะสมแทน  การลดการเสียดสี การเลือกใช้วัสดุที่มาสัมผัสกับผิวของเรานั้นก็สำคัญ วัสดุที่มีแรงเสียดสีกับผิวเราน้อยก็จะทำให้ผิวไม่เกิดแผล นอกจากนี้การที่กายอุปกรณ์ที่มีขนาดและรูปร่างเหมาะสมกับร่างกายก็จะไม่เกิดการขยับขณะสวมใส่กายอุปกรณ์ก็จะไม่เกิดการเสียดสีที่ผิวขึ้น กายอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการรักษาแผลเบาหวาน 1.แผ่นรองเท้า แผ่นรองเท้านี้จะใส่เข้าไปในรองเท้ารองรับฝ่าเท้าขณะใส่รองเท้า มีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบเฉพาะรายบุคคล แผ่นรองเท้าจะทำมาจากหลากหลายวัสดุ มีความแข็งและนิ่มแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และลักษณะอาการของคนผู้ป่วย แผ่นรองเท้าจะถูกทำออกมาให้เข้าพอดีกับรูปเท้าและสัมผัสทั่วทั้งบริเวณฝ่าเท้าทำให้เกิดการกระจายน้ำหนักเท่ากันทั่วทั้งฝ่าเท้า หรือการออกแบบให้เปลี่ยนตำแหน่งการลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้า เพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบริเวณที่มีแผล การออกแบบแผ่นรองเท้าและการเลือกใช้วัสดุนักกายอุปกรณ์จะพิจารณาจากอาการของคนไข้เป็นสำคัญ 2.อุปกรณ์ประคองข้อเท้า อุปกรณ์จะคลุมบริเวณทั่วทั้งเท้าขึ้นไปถึงบริเวณใต้เข่าและจำกัดการเคลื่อนไหว้ของข้อเท้า มีทั้งแบบเฉพาะบุคคลและแบบสำเร็จรูป อุปกรณ์ได้นำเอาหลักการการกระจายน้ำและการเปลี่ยนตำแหน่งการลงน้ำหนักจากเท้ามาที่บริเวณเอ็นหัวเข่าในกรณีที่เท้ามีบาดแผลขนาดใหญ่และไม่สามารถรับน้ำหนักที่เท้าได้ ช่วยให้แผลหายไว้ขึ้นอุปกรณ์ประคองข้อเท้านี้ยังสามารถใช้ร่วมกับแผ่นรองเท้าได้อีกด้วย ทั้งนี้แพทย์และนักกายอุปกรณ์จะพิจารณาอาการและเห็นว่าแผ่นรองเท้าไม่ช่วยรักษาแผลเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะเปลี่ยนมาใช้เป็นอุปกรณ์ประคองข้อเท้าแทน 3.รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน รองเท้าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องเท้าของผู้ป่วยเบาหวานจากกรวด หิน ดิน ทรายและสภาพแวดล้อมภายนอก การเลือกรองเท้าเบาหวานจึงมีสำคัญ หากเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสมนอกจากจะไม่สามารถปกป้องเท้าได้แล้วยังสามารถทำให้เท้าของผู้ป่วยเกิดแผลได้อีกด้วย รองเท้าควรจะมีขนาดที่พอดีกับเท้าของคนไข้ไม่เล็กเกินไปจนบีบเท้าหรือใหญ่เกินไปทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าได้ ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะเท้าผิดรูปอาจจะไม่สามารถใช้รองเท้าที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดได้ อาจจะต้องสั่งทำรองเท้าที่ตัดขึ้นสำหรับผู้ป่วยคนนั้น ๆ 7 วิธีเลือกรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเลือกรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าที่สายรัดเพราะผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีอาการชาที่เท้าทำให้บางครั้งรองเท้าหลุดได้ บริเวณนิ้วเท้าจะเปิดหรือปิดก็ได้แต่แนะนำแบบปิดนิ้วเท้ามากกว่าเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอาจจะเดินเตะขอบทางได้อยู่บ่อยครั้ง เลือกรองเท้าที่มีขนาดและรูปทรงเหมาะสมกับเท้า ไม่บีบรัดจนเกินไปหรือใหญ่จนเกินไปจนทำให้เกิดแรงกดหรือการเสียดสีที่เท้าได้ รองเท้ามีน้ำหนักเบา ด้านในควรมีรอยตะเข็บน้อยและบุบด้วยวัสดุที่นิ่ม ด้านบนของเราเท้าควรเป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ตามรูปเท้าได้และระบายอากาศได้ดี ไม่ควรใช้รองเท้าหูหนีบเพราะสายอาจจะเสียสีและเป็นแผลที่ง้ามนิ้วได้ พื้นรองเท้าแข็งแรงไม่บิดงอได้ง่าย รองเท้าควรเป็นรองเท้าส้นเตี้ยเพื่อน้ำหนักจะได้ไปลงที่ด้านหน้าเท้ามากเกินไป รองเท้าสามารปรับขยายได้ตามเท้า ในกรณีที่เท้ามีอาการบวมขึ้น เช่น มีเชือกหรือสายแปะ อ้างอิง https://www.oapl.com.au/blog/treating-diabetic-patients https://www.aopa.org.au/documents/item/518

  • แผลเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    วิธีดูแล แผลเบาหวาน ที่เท้า

    แผลเบาหวาน หรือแผลที่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คุณหมอมักคอยกำชับให้ผู้ป่วยเบาหวานระมัดระวังการเกิดแผล โดยเฉพาะการเกิดแผลที่เท้า เพราะแผลในผู้ป่วยเบาหวานจะหายช้ากว่าแผลธรรมดาหรืออาจจะส่งผลให้ โดนตัดขาได้ถ้าดูแลไม่ดี โดยสาเหตุที่ทำให้แผลเบาหวานหายช้า มีหลายปัจจัยได้แก่   ปลายประสาทเสื่อม ทำให้การรับความรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าสูญเสียหรือลดลงไป ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมักไม่หยุดใช้เท้าเนื่องจากขาดความรู้สึกเจ็บทำให้แผลลุกลามและติดเชื้อในที่สุด ความผิดปกติของหลอดเลือด เนื่องจากสภาวะแข็งตัวของหลอดเลือด ตีบหรือการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเหวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณแผลได้เพียงพอทำให้การสมานตัวของแผลเป็นไปได้ช้า การติดเชื้อแทรกซ้อน แผลที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักเกิดการติดเชื้อร่วมด้วยอยู่เสมอทำให้แผลลุกลามมากขึ้น ยิ่งหากมีภาวะแทรกซ้อนทางประสาทและหลอดเลือดด้วยแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายยิ่งยากมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกตัดขา การดูแลรักษา แผลเบาหวาน ที่เท้า การรักษาแผลเบื้องต้นด้วยตนเอง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน เช็ดให้แห้งและใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน ไม่ควรใช้แอลกอฮอลเช็ดทำความสะอาดแผลเพราะแฮลกอฮอลจะไปทำลายเนื้อเยื่อที่แผลได้ แต่สามารถเช็ดทำความสะอาดรอบๆปากแผลได้ ใช้ผ้าปิดแผลปิดแผลที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว ไม่ควรใช้พลาสเตอร์ปิดที่แผลโดยตรง หากแผลมีอาการบวมแดงและมีน้ำเหลืองออกมา แม้ว่าจะไม่มีอาการเจ็บปวด ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว การรักษาโดยแพทย์ โดยพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ การทำแผลที่มีหนองและเนื้อตาย โดยแพทย์จะกรีดระบายหนองออกและตัดเนื้อที่ตายออกการใช้ยาปฎิชีวะนะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วินิฉัยและสั่งยา การหยุดพักบริเวณแผล พยายามเดินเท่าที่จำเป็นหรือแพทย์จะพิจารณาสั่งทำแผ่นรองเท้าหรือรองเท้าที่ทำขึ้นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบริเวณแผล การผ่าตัดหลอดเลือด หากแผลได้รับการวินิฉัยแล้วว่ามีสาเหตุมาจากหลอดเลือดตีบแข็ง ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมิณพยาธสภาพของโรคและความพร้อมของผู้ป่วยว่สำควรเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่ การผ่าตัดเท้าทิ้ง จะจำเป็นเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ โดยแพทย์ผู้พิจารณาระดับการตัดเท้า การป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้า รักษาความสะอาดของเท้า ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาด สบู่ และเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว ทุกวัน ตัดเล็บไม่ให้สั้นหรือยาวเกินไป และระวังไม่ให้เกิดแผลระหว่างการตัดเล็บ หมั่นตรวจเท้าทุกวัน ตรวจสอบทั้งด้าบนเท้าและฝ่าเท้าว่ามีแผลหรือไม่ ตรวจง้ามนิ้วเท้าทุกนิ้วว่ามีแผลหรือเชื้อราหรือไม่ ตรวจสอบเล็บเท้าว่ามีเล็บขบหรือไม่ ทาครีมทั่วบริเวณเท้า เว้นบริเวณง้ามนิ้วเท้าไว้ เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักแห้งและแตกได้ง่าย สวมถุงเท้าอยู่บ้านทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อรักษาความชุ่มชื่นของเท้าและลดการเสียดสีที่เท้า แนะนำให้กลับตะเข็บถุงเท้าออกมาไว้ด้านนอกเพื่อไม่ให้เท้าเสียดสีกับตะเข็บถุงเท้าและเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ทุกวัน หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ทั้งในบ้านและนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินบนพื้นที่ร้อน ตรวจสอบรองเท้าทุกครั้งก่อนสวมใส่ ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในรองเท้าและรองเท้าอยู่ในสภาพที่ดีเหมาะแก่การสวมใส่ การเลือกซื้อ รองเท้าเบาหวาน เลือกซื้อรองเท้าที่มีขนาดเหมาะสมกับเท้า ควรเลือกซื้อรองเท้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเท้าจริง ครึ่งหรือหนึ่งเบอร์ หรือเมื่อเมื่อสวมรองเท้าแล้วเหลือพื้นที่บริเวณปลายนิ้วเท้ากับรองเท้าประมาณ 1 หัวแม่โป้งมือ ไม่ควรเลือกรองเท้าที่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้า เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับรูปเท้า บริเวณด้านหน้าที่ใหญ่ที่สุดของรองเท้าไม่ควรเล็กกว่าส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหน้าเท้าเรา ไม่ควรเลือกรองเท้าที่บีบบริเวณหน้าเท้าของเรามากเกินไป บริเวณด้านหลังของรองเท้าควรแข็งเพื่อประคองกระดูกส้นเท้าอยู่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง พื้นรองเท้าไม่ควรแข็งหรือนิ่มเกินไป ทดสอบโดยการงอรองเท้า รองเท้าไม่ควรงอง่ายหรือยากเกินไป เลือกสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสมกับกิจกรรม ใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองเท้าเพื่อกระจายน้ำหนักให้ทั่วฝ่าเท้าลดความเสี่ยงในการเกิดแผล หรือใช้รองเท้าที่ทำขึ้นพิเศษให้เหมาะกับรูปเท้าในกรณีที่รูปเท้ามีความผิดปกติ รักษาระดับน้ำในเลือดให้ดีที่สุดและปฎิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ควบคุมระดับไขมันในเลือกให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ อ้างอิงการดูแล แผลเบาหวาน https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=915 https://medlineplus.gov/diabeticfoot.html

  • รองเท้าเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    รองเท้าเบาหวาน สำคัญอย่างไร หาซื้อได้ที่ไหน

    หากจะถามว่า รองเท้าเบาหวาน นั้นมีความสำคัญอย่างไร ต้องบอกเลยว่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้นรองเท้าเบาหวานมีความสำคัญมาก เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการถูกตัดขา ลงไป รองเท้าเบาหวานจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาที่จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงได้อย่างดีเยี่ยม ทำความรู้จักโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน เป็นผลมาจากความผิดปกติของระบบการเผาผลาญอาหาร เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิต อินซูลิน (ฮอร์โมนที่หลั่งโดยตับอ่อนซึ่งจำเป็นต่อการนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ประโยชน์) ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานจะ ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้อยู่ในรูปที่เซลล์ของร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งผลที่ตามมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็คือ ระบบการหมุนเวียนเลือดผิดปกติ และความเสียหายของเส้นประสาท โรคเบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและควบคุบร่วมกับการบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เป็นต้น ทำไมเป็นโรคเบาหวานแล้วจำเป็นต้องใส่รองเท้าเบาหวาน โดยส่วนมากแล้วโรคเบาหวานจะเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ โรคระบบประสาทส่วนปลาย อาการจะออกมาในลักษณะของการทำหน้าที่ผิดปกติของเส้นประสาทนั้นๆในระยางค์ของร่างกาย (แขน, ขา) ซึ่งจะทำให้ค่อยสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับความรู้สึก ของ แขน ขา มือ และรวมไปถึงเท้า ผู้ที่มีอาการเบาหวานอาจจะเจออาการ เหน็บ, ชา, อ่อนแรง ในระยางค์ของร่างกาย ( แขน, ขา), อาการปวด, หรือรู้รึกปวดแสบปวดร้อน เป็นต้น ความบกพร่องในการรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดในบริเวณที่ได้รับความเจ็บปวดนั้นเป็นปัญหาหลักๆอย่างมาก ปกติแล้วความเจ็บปวดนั้นจะทำให้เราสามารถรับรู้ได้ เมื่อมีบางสิ่งที่ผิดปกติหรืออันตรายเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เมื่อถ้าเราได้สูญเสียประสาทสัมผัสในส่วนนี้ไปแล้ว ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันของเรานั้นเราจะไม่ค่อยได้สังเกตุ บาดแผล รอยไหม้ ถลอก ตุ่มพองต่างๆ ที่อาจเกิดจากการเลือกใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม อาการต่างๆเหล่านั้นจะหายได้ยากกว่าปกติเพราะเนื่องมาจากระบบการหมุนเวียนที่ผิดปกติของอาการเบาหวาน และยังสามารถนำไปสู่ปัญหาผิวหนัง และการติดเชื้อ ของเท้าได้อีกด้วย การดูแลสุขภาพเท้าเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานนั้นควรตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมการบริโภคอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรจะพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อเช็คความผิดปกติที่อาจจะเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานควรต้องตรวจสอบเท้าอย่างละเอียดทุกๆ วัน ใช้มือสัมผัสถึงผิวที่แห้งหรือแข็ง ส่องกระจกดูบริเวณใต้ฝ่าเท้าเพื่อดูจุดแดง ผิวแห้งแตก ผู้ป่วยเบาหวานควรที่จะมีแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าแบบเฉพาะรายและหรือรวมไปถึง รองเท้าที่ตัดตามรูปเท้าของเราซึ่งรองเท้าและแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าแบบเฉพาะ รายที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการเกิดแผลที่เกิดจากการ เดินหรือยืนโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจได้ โดยกระบวนการในการทำเป็นแผ่นละรองเท้าแบบเฉพาะรายนี้เราจะเรียกว่า รองเท้าเบาหวาน แผลและการรักษา บาดแผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้นั้น ต้องยอมรับว่าสามารถรักษาได้ยากมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดแผลที่บริเวณฝ่าเท้าอันเนื่องมาจากระบบเส้นประสาทที่ เสื่อมคุณภาพไปทำมให้เราไม่สามารถรับความรู้สึก หรือระวังตัวเมื่อเกิดสิ่งเร้าได้ และที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ฝ่าเท้าของเราต้องรับน้ำหนักตัวของเราเมื่อเกิดกิจกรรมในการยืน เดิน หรือวิ่ง นอกจากนี้โดยปกติถ้าเราใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมหรือมีการบีบรัดบางจุดต่อ เท้าของเราก็เป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดแผลที่ฝ่าเท้าของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น การเสียดสี กับผนังรองเท้า ผนังดดด้านในรองเท้าที่แข็ง หรือใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ความอับ ชื้นภายในรองเท้า เป็นต้น เรามาดูแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและหลังจากที่ใส่รองเท้าเบาหวานแล้วเกินอะไรขึ้น? หลังจากทีมศัลยแพทย์ส่งผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการ Vaccum dressing ต่อมาก็เป็นหน้าที่ของ ทีม Rehab กายภาพบำบัด รวมถึงนักกายอุปกรณ์ ที่จะต้องฟื้นฟูผู้ป่วยบนพื้นฐานของสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย การทำงานเป็นทีม สำคัญที่สุดครับ สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีความซับซ้อน ทั้งสภาวะของเบาหวาน สภาวะความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ สภาวะความผิดรูปของโครงสร้างเท้าและการลงน้ำหนักใต้ฝ่าเท้า ซึ่งการลงน้ำหนักที่ผิดปกติใต้ฝ่าเท้านั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลที่เราเห็นดังภาพครับ หลังจากผู้ป่วยเข้าระบบการรักษา และได้ตัด orthopedic shoe + foot orthotic และได้ใส่รองเท้าเบาหวาน มาสองอาทิตย์ แล้ว ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจมากในด้านของการฟื้นตัวของแผล (ปากแผลลดลงจากการบันทึกของทีมทำแผลรวมถึงเนื้อตายลดลง) และการบวมของเท้าลดลงเป็นอย่างมาก เคสนี้ เรา follow up กันทุกสองอาทิตย์ นัดต่อไป ในเดือนมกราคม หรือกุมภาพันธ์ หาก volume ของเท้าลดลงเป็นอย่างมากนักกายอุปกรณ์จะหล่อแบบเท้าอีกครั้งเพื่อเปลี่ยน foot orthotic ให้กับผู้ป่วยครับ ถัดมาอีก 2 อาทิตย์ กับการรักษาเต็มระบบในมุมของนักกายอุปกรณ์ในทีมถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก จากภาพ ก่อน ขูดเนื้อตายรอบแผล สังเกตุได้ชัดว่าวงแผลเล็กลงจากสองสัปดาห์ที่แล้วอีก และปริมาตรของเท้าก็เล็กลงอีก สัปดาห์นี้ ทางนักกายอุปกรณ์ ขอเช็คเรื่อง fitting ของ foot orthotic อีกครั้ง เนื่องจากสภาวะบวมและขนาดแผลลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และในทีมลงความเห็นร่วมกันว่า นัดต่อไปอีกสองสัปดาห์เราจะทำการหล่อแบบเพื่อทำแผนเสริมและรองเท้าเบาหวานให้ใหม่ในข้างที่มีแผลเพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ   รองเท้าเบาหวาน หาซื้อได้ที่ไหน รองเท้าเบาหวาน จริงๆไม่สามารถหาซื้อไปตามร้านหรือใน internet ทั่วไปเพราะโดยปกติแล้วรองเท้าเบาหวานที่ดีต้องออกมาแบบเพื่อผู้ป่วยคนนั้นๆ แบบเฉพาะรายที่ต้องมีทั้งกระบวนการพิมพ์เท้าหล่อแบบ และขึ้นรูปแล้วจะเป็นขั้นตอนการสั่งตัด การพิมพ์เท้า ซึ่งผู้ป่วยสามารถทำได้ที่  วรัตม์กิตติ์ คลินิก โดยขั้นตอนการทำจะทำโดยนักกายอุปกรณ์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ และปรึกษาฟรีผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเบาหวาน : แอดไลน์ : http://line.me/ti/p/%40varatmkittclinicโทร. 087-049-1333 แบบรองเท้าเบาหวานที่ดี รองเท้าเบาหวานที่ดีหน้าต้องไม่แคบ เพราะจะทำให้รองเท้สาบีบรัดเท้ามากเกินไป รองเท้าหัวปิดเพื่อ ปกป้องปลายให้ในการกระแทก วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าควรเป็นหนังแท้ ที่มีความยืดหยุ่น ระบายความชื้นและอากาศได้ดี ส้นไม่สูงจนเกินไปเพื่อป้องกันการล้ม ส้นเท้าควรทำจากยางที่ดีเพื่อป้องกันการลื่นขณะเดิน ควรเป็นรองเท้าแบบเฉพาะราย เนืองจากจะได้รองเท้าที่ส่วมใส่พอดี ทองเท้าสามารถถอดแผ่นเสริมฝ่าเท้าได้ และแผ่นเสริมฝ่าเท้าต้องออกแบบมาเพื่อน ผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ