fbpx
  • เตรียมตัวใส่ขาเทียม
    ขาเทียม

    5 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนใส่ขาเทียม

    การเตรียมตัวก่อนใส่ขาเทียมเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญมากๆ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญ แต่จริงๆแล้วการเตรียมตัวเตรียมร่างการเตรียมตอขาให้พร้อมสำหรับการใช้ขาเทียมนั้นสำคัญมากๆเพราะจะทำให้ขั้นตอนการผลิตและการฝึกฝนง่าย รวดเร็วและสวยงามยิ่งขึ้น 1.การดูแลตอขาเบื้องต้น เมื่อแผลหายสนิทแล้วควรล้างทำความสะอาดตอขาทุกวันด้วยน้ำเปล่ากับสบู่อ่อน และเช็ดให้แห้งทุกครั้ง ทาครีมที่บริเวณตอขอไม่ให้ผิวหนังแห้งแตกได้ง่าย อาจจะทำให้เกิดแผลซ้ำขึ้นได้อีก หมั่นสังเกตตอขาทุกๆวันว่ามีอาการบวมแดง มีแผล น้ำเลือดน้ำหนองไหลออกมาจากรอยเย็บหรือความผิดปกติต่างๆ หมั่นนวดบริเวณรอยเย็บและบริเวณรอบรอยเย็บเบาๆเพื่อให้แผลอ่อนนุ่ม 2.พันผ้า การพันผ้าจะช่วยไม่ให้ตอขาบวม ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้นและยังทำให้รูปตอขาสวยงามพร้อมสำหรับการใส่ขาเทียม ผู้ป่วยควรผันผ้าไว้ไว้ตลอดเวลาเว้นตอนออาบน้ำแต่ในระหว่างวันควรพักตอขาประมาณ15นาทีหลังจากนั้นผันกลับไปเหมือนเดิม ทุกๆ3-4ชั่วโมง ผ้าสำหรับผันตอขาควรจะเปลี่ยนและทำความสะอาดทุกวัน การพันตอขาควรพันให้กระชับเท่ากันทั่วทั้งตอขา แต่ไม่แน่นจนเกินไป วีดีโอสอนพันผ้าตอขาใต้เข่า วีดีโอสอนพันผ้าตอขาเหนือเข่า 3.Phantom sensation เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นหลังจากการสูญเสียอวัยวะไปแล้ว ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ายังมีอวัยวะส่วนที่ถูกตัดออกไปแล้ว ถ้ามีอาการเจ็บปวดคล้ายเข็มแทง ไฟฟ้าชอตหรือแสบร้อนอาการเหล่านี้จะเรียกว่าอาการปวดหลอน (Phantom limb pain) โดยเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทและสมอง โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเองตามลำดับดับ แต่ถ้าหากว่ามีอาการรุนแรงให้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป แต่โดยเบื้องต้นแล้วเราสามารถกระตุ้นความรู้สึกที่ปลายต่อเพื่อช่วยลดอาการphantom sensation ยืนลงน้ำหนักที่ปลายตอขาบนเก่าอี้ที่เบาะนิ่มรอง วิธีนี้นากจากจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกแล้วยังช่วยเพิ่มแรงทนทานของตอขาได้อีกด้วย นวดคลึงเป็นวงกลมไปทั่วๆตอขา ค่อยๆเพิ่มแรงกดขึ้นทีละน้อย ใช้ผ้าคล้องที่ไปที่ปลายตอขาแล้วออกแรงดึงผ้า 4.ออกกำลังกาย ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนในการเตรียมกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพื่อที่คนไข้จะสามารถยกขาเทียมและเดินได้อย่างมั่นคงปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดข้อติด ตัดขาเหนือเข่า ตัดขาใต้เข่า 5.ข้อควรระวัง ระวังการนั่งงอขาเป็นเวลานานๆ จะทำให้มีโอกาสเกิดข้อติดได้ง่าย ให้นั่งและเหยียดเข่าให้ตึง ในกรณีของการตัดขาเหนือเข่าให้นอนคว่ำเพื่อยืดกล้ามเนื้อหน้าขาไม่ให้เกิดอาการข้อสะโพกติดได้    

  • รักษาแผลเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    กายอุปกรณ์กับกระบวนการรักษาแผลเบาหวาน

    ในกระบวนการ รักษาแผลเบาหวาน มีหลากหลายวิธีผสมผสานกันไปเพื่อทำให้แผลหายได้ไวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทานยา ทำแผลหรือแม้กระทั้งการใช้กายอุปกรณ์ ผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีอาการปลายประสาทเสื่อมทำให้ความรู้สึกที่เท้าลดลงหรือไม่รู้สึกเลย เมื่อเวลาเกิดบาดแผลที่เท้าคนไข้มักจะไม่รู้ตัวและใช้เท้าต่อไปทำให้แผลบริเวณฝ่าเท้ามีขนาดใหญ่ขึ้นและรุกลามไปจนตัดขาได้ กายอุปกรณ์ที่นำมาร่วมรักษาแผลเบาหวานนั้นจะช่วยทำให้แผลหายไวขึ้นหรือป้องกันการขยายขนาดของแผลและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลใหม่ อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้คนไข้สามารถดำเนินกิจวัตประจำในขณะที่แผลยังไม่สมานตัวดี หลักการการ รักษาแผลเบาหวาน โดยกายอุปกรณ์ การกระจายน้ำหนัก  เมื่อมีน้ำหนักมากดลงบนจุดใดจุดหนึ่งมากๆก็จะทำผิวหนังของเราเกิดบาดแผลได้ หลักการนี้คือการกระจายน้ำหนักออกไปให้ทั่วๆไม่กดอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้โดยการเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส นั้นหมายถึงการทำอุปกรณ์ให้มีขนาดและรูปร่างที่พอดีกับร่างกายมากที่สุด การเปลี่ยนตำแหน่งการลงน้ำหนัก บาดแผลมักจะเกิดขึ้นบริเวณที่มีการลงน้ำหนักมากเป็นเวลานาน เราจึงจะย้ายตำแหน่งที่ลงน้ำหนักไปอยู่บริเวณอื่นที่ไม่มีบาดแผล หรือลงน้ำหนักผิดตำแหน่งอันเรื่องมากจากการผิดรูปของเท้าเราก็จะย้ายตำแหน่งน้ำหนักมาอยู่ที่บริเวณที่เหมาะสมแทน  การลดการเสียดสี การเลือกใช้วัสดุที่มาสัมผัสกับผิวของเรานั้นก็สำคัญ วัสดุที่มีแรงเสียดสีกับผิวเราน้อยก็จะทำให้ผิวไม่เกิดแผล นอกจากนี้การที่กายอุปกรณ์ที่มีขนาดและรูปร่างเหมาะสมกับร่างกายก็จะไม่เกิดการขยับขณะสวมใส่กายอุปกรณ์ก็จะไม่เกิดการเสียดสีที่ผิวขึ้น กายอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการรักษาแผลเบาหวาน 1.แผ่นรองเท้า แผ่นรองเท้านี้จะใส่เข้าไปในรองเท้ารองรับฝ่าเท้าขณะใส่รองเท้า มีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบเฉพาะรายบุคคล แผ่นรองเท้าจะทำมาจากหลากหลายวัสดุ มีความแข็งและนิ่มแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และลักษณะอาการของคนผู้ป่วย แผ่นรองเท้าจะถูกทำออกมาให้เข้าพอดีกับรูปเท้าและสัมผัสทั่วทั้งบริเวณฝ่าเท้าทำให้เกิดการกระจายน้ำหนักเท่ากันทั่วทั้งฝ่าเท้า หรือการออกแบบให้เปลี่ยนตำแหน่งการลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้า เพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบริเวณที่มีแผล การออกแบบแผ่นรองเท้าและการเลือกใช้วัสดุนักกายอุปกรณ์จะพิจารณาจากอาการของคนไข้เป็นสำคัญ 2.อุปกรณ์ประคองข้อเท้า อุปกรณ์จะคลุมบริเวณทั่วทั้งเท้าขึ้นไปถึงบริเวณใต้เข่าและจำกัดการเคลื่อนไหว้ของข้อเท้า มีทั้งแบบเฉพาะบุคคลและแบบสำเร็จรูป อุปกรณ์ได้นำเอาหลักการการกระจายน้ำและการเปลี่ยนตำแหน่งการลงน้ำหนักจากเท้ามาที่บริเวณเอ็นหัวเข่าในกรณีที่เท้ามีบาดแผลขนาดใหญ่และไม่สามารถรับน้ำหนักที่เท้าได้ ช่วยให้แผลหายไว้ขึ้นอุปกรณ์ประคองข้อเท้านี้ยังสามารถใช้ร่วมกับแผ่นรองเท้าได้อีกด้วย ทั้งนี้แพทย์และนักกายอุปกรณ์จะพิจารณาอาการและเห็นว่าแผ่นรองเท้าไม่ช่วยรักษาแผลเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะเปลี่ยนมาใช้เป็นอุปกรณ์ประคองข้อเท้าแทน 3.รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน รองเท้าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องเท้าของผู้ป่วยเบาหวานจากกรวด หิน ดิน ทรายและสภาพแวดล้อมภายนอก การเลือกรองเท้าเบาหวานจึงมีสำคัญ หากเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสมนอกจากจะไม่สามารถปกป้องเท้าได้แล้วยังสามารถทำให้เท้าของผู้ป่วยเกิดแผลได้อีกด้วย รองเท้าควรจะมีขนาดที่พอดีกับเท้าของคนไข้ไม่เล็กเกินไปจนบีบเท้าหรือใหญ่เกินไปทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าได้ ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะเท้าผิดรูปอาจจะไม่สามารถใช้รองเท้าที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดได้ อาจจะต้องสั่งทำรองเท้าที่ตัดขึ้นสำหรับผู้ป่วยคนนั้น ๆ 7 วิธีเลือกรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเลือกรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าที่สายรัดเพราะผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีอาการชาที่เท้าทำให้บางครั้งรองเท้าหลุดได้ บริเวณนิ้วเท้าจะเปิดหรือปิดก็ได้แต่แนะนำแบบปิดนิ้วเท้ามากกว่าเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอาจจะเดินเตะขอบทางได้อยู่บ่อยครั้ง เลือกรองเท้าที่มีขนาดและรูปทรงเหมาะสมกับเท้า ไม่บีบรัดจนเกินไปหรือใหญ่จนเกินไปจนทำให้เกิดแรงกดหรือการเสียดสีที่เท้าได้ รองเท้ามีน้ำหนักเบา ด้านในควรมีรอยตะเข็บน้อยและบุบด้วยวัสดุที่นิ่ม ด้านบนของเราเท้าควรเป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ตามรูปเท้าได้และระบายอากาศได้ดี ไม่ควรใช้รองเท้าหูหนีบเพราะสายอาจจะเสียสีและเป็นแผลที่ง้ามนิ้วได้ พื้นรองเท้าแข็งแรงไม่บิดงอได้ง่าย รองเท้าควรเป็นรองเท้าส้นเตี้ยเพื่อน้ำหนักจะได้ไปลงที่ด้านหน้าเท้ามากเกินไป รองเท้าสามารปรับขยายได้ตามเท้า ในกรณีที่เท้ามีอาการบวมขึ้น เช่น มีเชือกหรือสายแปะ อ้างอิง https://www.oapl.com.au/blog/treating-diabetic-patients https://www.aopa.org.au/documents/item/518

  • โรค รองช้ำ คือ อะไร
    รองช้ำ

    โรค รองช้ำ คืออะไร อาการเป็นยังไง และมีวิธีรักษาอย่างไร

    โรค รองช้ำ คืออะไร? รองช้ำ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าส่วนใหญ่จะมีอาการบาดเจ็บที่มักเกิดจากการบาดเล็ก ๆ น้อย ๆ  ที่ฝ่าเท้าและสะสมมาเป็นเวลานาน ที่อาจจะเกิดจากการใส่รองเท้าส้นสูง หรือ อาจเกิดจากการออกกำลังที่ไม่ถูกต้อง  จะมีการอักเสบ ปวดบวม เกิดจากการยืดเกินกว่าปกติของผังผืดใต้ฝ่าเท้า มีอาการเหมือนกับ อาการ กระดูกส้นเท้างอกผิดปกติ ( Heel Spur Syndrome) อาการของโรครองชํ้า โรครองช้ำมักทำให้เกิดอาการปวดหรือเจ็บบริเวณส้นเท้าเท้า  แต่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งฝ่าเท้าได้อาจจะทำให้เวลาเดินหรือวิ่งจะไม่ค่อยสะดวก ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ นั้นแหละ โรค รองช้ำ มีอาการปวดจะมากที่ส้นเท้าเมื่อคุณเริ่มเดินครั้งแรกหลังจากนอนหลับหรือพักผ่อน อาการปวดจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นในระหว่างทำกิจกรรมที่ใช้เท้าหรือการออกกำลังกาย แต่จะกลับมาหลังจากพักผ่อน ยกเท้าขึ้นจากพื้นยาก วิธีรักษาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการ โรครองช้ำ ด้วยตัวคุณเอง ยกเท้าขึ้นบนเก้าอี้เป็นระยะ เมื่อทำได้ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่เจ็บปวดประมาณ 20 นาที ทุกๆ 2 ถึง 3 ชั่วโมง สวมรองเท้าหน้ากว้างและเป็นรองเท้าส้นเตี้ยและพื้นรองเท้านุ่ม ใส่แผ่นรองส้นรองเท้า ที่ออกแบบมาเพื่อรักษารองช้ำ การออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำ การออกกำลังกายที่ไม่ได้ใช้การลงน้ำหนักอย่างเช่นว่ายน้ำ กินยาพาราเซตามอล ข้อห้ามของคนเป็นโรงรองช้ำ อย่าทานยาไอบูโพรเฟน อย่าเดินหรือยืนเป็นเวลานานๆ อย่าสวมรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าหัวแหลม พยายามอย่าเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง   อ่านบทความเกี่ยวกับเท้าแบน ปรึกษาผู้เชียวชาญ โทร: 087-049-1333 หรือ Line: @varatmkittclinic (มี @ ด้วย) การรักษารองชํ้าใช้เวลานานเท่าไหร่ น่าเสียดายที่ไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอนเนื่องจากทุกคนมีกิจกรรมที่ต่างกัน แต่โดยมากกว่า 90% ช้วิธีการรักษาโดยการใส่ insoles หรือแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้า และการยืดกล้ามเนื้อและการนวด หากปัญหายังคงมีอยู่หรือแย่ลงให้ปรึกษาแพทย์ ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อของรองช้ำยังไง? การยืดกล้ามเนื้อสามารถช่วยได้  

  • 5 เทคนิคเลือก รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง
    รองเท้าเพื่อสุขภาพ

    5 เทคนิคเลือก รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง

    รู้หรือไม่ในแต่ละปีประมาณ 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีที่อาศัยอยู่ที่บ้านจะมีอาการหกล้มอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งและครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้จะมีการหกล้มมากกว่า 1 ครั้งหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยคือการสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสมการสวม รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุทั้งหญิงและชาย รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง สำหรับใส่ในบ้านที่ดีที่ ควรปรับได้ง่ายเพื่อรองรับอาการบวมที่เท้าและกันลื่น รองเท้าจำเป็นต้องมีพื้นยางที่รองรับและมีที่รองรับส้นเท้าอย่างเพียงพอเพื่อช่วยในการทรงตัวขณะเดิน 6 เทคนิคเลือก รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง ที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ 1. ขนาดที่ถูกต้อง ก่อนอื่นคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารองเท้าแตะที่คุณสวมใส่นั้นพอดีกับตัวคุณอย่างถูกต้อง ถ้าหลวมเกินไปและจะหลุดได้ง่ายและอาจทำให้คุณเสียการทรงตัวและล้มได้ หากแน่นเกินไปจะทำให้เจ็บปวดในการเดินจำกัด การไหลเวียนของคุณและอาจทำให้เท้าและนิ้วเท้าเสียหายได้ คำแนะนำง่ายๆ แต่คุณจะแปลกใจว่ามีผู้สูงอายุกี่คนที่เดินไปมาในรองเท้าแตะคู่เก่าที่พวกเขามีมานานหลายปีและมันก็พังทลายโดยที่นิ้วเท้าของพวกเขาดันรูที่ปลายรองเท้าแตะ 2. รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง ต้องรองรับส้นเท้า คุณต้องแน่ใจว่ารองเท้าแตะมีส้นที่รองรับได้ดี เท้าของคุณต้องสัมผัสกับรองเท้าแตะ แต่เพียงผู้เดียวตลอดเวลาดังนั้นผู้หญิงสูงอายุจำนวนมากจึงเดินไปรอบ ๆ บ้านโดยสวมรองเท้าแตะโดยไม่ใส่กลับซึ่งทำให้เท้าของคุณลื่นไถลเสียการทรงตัวและล้มได้ง่าย 3. มีการยึดเกาะที่ดี การยึดเกาะ รองเท้าแตะให้ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก วัสดุที่ทำจากยางกันลื่นดีที่สุด หลายคนไม่เคยตรวจสอบการยึดเกาะและเดินไปรอบ ๆ โดยสวมรองเท้าแตะแบบเรียบ อย่าลืมตรวจสอบรองเท้าของคุณ แม้บนพื้นพรมก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการลื่นล้มได้ แต่บนพื้นผิวที่เปียกอย่างลามิเนตเรียบและพื้นที่ปูกระเบื้องความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นควรเลือกรองเท้าที่มีกายึดเกาะที่ดี 4. รองเท้าที่ดีควรปรับได้ ถ้าขนาดเท้าของคุณเปลี่ยนไปดังนั้นคุณต้องรักษาความปลอดภัยไว้ตลอดเวลา รองเท้าแตะที่เป็นตีนตุ๊กแกนั้นยอดเยี่ยมเพราะแทบไม่ต้องปรับและรักษาเท้าให้มั่นคง พยายามหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะที่มีเชือกผูกรองเท้าเพราะเวลาใส่ไปสักพักจะหลวม นอกจากนี้สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นอันตรายต่อการเดิน 5. สะดวกสบายส่วมใส่ง่าย รองเท้าแตะผู้สูงอายุหญิง ต้องหาชุดที่ทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ดีเพื่อช่วยให้เท้ามีเหงื่อออกน้อยที่สุด ผนุ่มและรองรับได้ดี แต่เหนืออื่นใด ถ้ารองเท้าของคุณเป็นแบบเฉพาะราย จะเป็นการตอบโจทย์ทั้งหมด ที่ว่ามา เพราะรองเท้าแบบเฉพาะรายนั้น ถ้าทำจากนักการอุปกรณ์จะยิ่งดีเพราะ รองเท้าจะถูกออกแบบมาเพื่อคุณและถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์โดยเฉพาะ  

  • แผลเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    วิธีดูแล แผลเบาหวาน ที่เท้า

    แผลเบาหวาน หรือแผลที่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คุณหมอมักคอยกำชับให้ผู้ป่วยเบาหวานระมัดระวังการเกิดแผล โดยเฉพาะการเกิดแผลที่เท้า เพราะแผลในผู้ป่วยเบาหวานจะหายช้ากว่าแผลธรรมดาหรืออาจจะส่งผลให้ โดนตัดขาได้ถ้าดูแลไม่ดี โดยสาเหตุที่ทำให้แผลเบาหวานหายช้า มีหลายปัจจัยได้แก่   ปลายประสาทเสื่อม ทำให้การรับความรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าสูญเสียหรือลดลงไป ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมักไม่หยุดใช้เท้าเนื่องจากขาดความรู้สึกเจ็บทำให้แผลลุกลามและติดเชื้อในที่สุด ความผิดปกติของหลอดเลือด เนื่องจากสภาวะแข็งตัวของหลอดเลือด ตีบหรือการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเหวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณแผลได้เพียงพอทำให้การสมานตัวของแผลเป็นไปได้ช้า การติดเชื้อแทรกซ้อน แผลที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักเกิดการติดเชื้อร่วมด้วยอยู่เสมอทำให้แผลลุกลามมากขึ้น ยิ่งหากมีภาวะแทรกซ้อนทางประสาทและหลอดเลือดด้วยแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายยิ่งยากมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกตัดขา การดูแลรักษา แผลเบาหวาน ที่เท้า การรักษาแผลเบื้องต้นด้วยตนเอง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน เช็ดให้แห้งและใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน ไม่ควรใช้แอลกอฮอลเช็ดทำความสะอาดแผลเพราะแฮลกอฮอลจะไปทำลายเนื้อเยื่อที่แผลได้ แต่สามารถเช็ดทำความสะอาดรอบๆปากแผลได้ ใช้ผ้าปิดแผลปิดแผลที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว ไม่ควรใช้พลาสเตอร์ปิดที่แผลโดยตรง หากแผลมีอาการบวมแดงและมีน้ำเหลืองออกมา แม้ว่าจะไม่มีอาการเจ็บปวด ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว การรักษาโดยแพทย์ โดยพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ การทำแผลที่มีหนองและเนื้อตาย โดยแพทย์จะกรีดระบายหนองออกและตัดเนื้อที่ตายออกการใช้ยาปฎิชีวะนะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วินิฉัยและสั่งยา การหยุดพักบริเวณแผล พยายามเดินเท่าที่จำเป็นหรือแพทย์จะพิจารณาสั่งทำแผ่นรองเท้าหรือรองเท้าที่ทำขึ้นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบริเวณแผล การผ่าตัดหลอดเลือด หากแผลได้รับการวินิฉัยแล้วว่ามีสาเหตุมาจากหลอดเลือดตีบแข็ง ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมิณพยาธสภาพของโรคและความพร้อมของผู้ป่วยว่สำควรเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่ การผ่าตัดเท้าทิ้ง จะจำเป็นเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ โดยแพทย์ผู้พิจารณาระดับการตัดเท้า การป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้า รักษาความสะอาดของเท้า ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาด สบู่ และเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว ทุกวัน ตัดเล็บไม่ให้สั้นหรือยาวเกินไป และระวังไม่ให้เกิดแผลระหว่างการตัดเล็บ หมั่นตรวจเท้าทุกวัน ตรวจสอบทั้งด้าบนเท้าและฝ่าเท้าว่ามีแผลหรือไม่ ตรวจง้ามนิ้วเท้าทุกนิ้วว่ามีแผลหรือเชื้อราหรือไม่ ตรวจสอบเล็บเท้าว่ามีเล็บขบหรือไม่ ทาครีมทั่วบริเวณเท้า เว้นบริเวณง้ามนิ้วเท้าไว้ เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักแห้งและแตกได้ง่าย สวมถุงเท้าอยู่บ้านทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อรักษาความชุ่มชื่นของเท้าและลดการเสียดสีที่เท้า แนะนำให้กลับตะเข็บถุงเท้าออกมาไว้ด้านนอกเพื่อไม่ให้เท้าเสียดสีกับตะเข็บถุงเท้าและเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ทุกวัน หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ทั้งในบ้านและนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินบนพื้นที่ร้อน ตรวจสอบรองเท้าทุกครั้งก่อนสวมใส่ ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในรองเท้าและรองเท้าอยู่ในสภาพที่ดีเหมาะแก่การสวมใส่ การเลือกซื้อ รองเท้าเบาหวาน เลือกซื้อรองเท้าที่มีขนาดเหมาะสมกับเท้า ควรเลือกซื้อรองเท้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเท้าจริง ครึ่งหรือหนึ่งเบอร์ หรือเมื่อเมื่อสวมรองเท้าแล้วเหลือพื้นที่บริเวณปลายนิ้วเท้ากับรองเท้าประมาณ 1 หัวแม่โป้งมือ ไม่ควรเลือกรองเท้าที่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้า เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับรูปเท้า บริเวณด้านหน้าที่ใหญ่ที่สุดของรองเท้าไม่ควรเล็กกว่าส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหน้าเท้าเรา ไม่ควรเลือกรองเท้าที่บีบบริเวณหน้าเท้าของเรามากเกินไป บริเวณด้านหลังของรองเท้าควรแข็งเพื่อประคองกระดูกส้นเท้าอยู่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง พื้นรองเท้าไม่ควรแข็งหรือนิ่มเกินไป ทดสอบโดยการงอรองเท้า รองเท้าไม่ควรงอง่ายหรือยากเกินไป เลือกสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสมกับกิจกรรม ใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองเท้าเพื่อกระจายน้ำหนักให้ทั่วฝ่าเท้าลดความเสี่ยงในการเกิดแผล หรือใช้รองเท้าที่ทำขึ้นพิเศษให้เหมาะกับรูปเท้าในกรณีที่รูปเท้ามีความผิดปกติ รักษาระดับน้ำในเลือดให้ดีที่สุดและปฎิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ควบคุมระดับไขมันในเลือกให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ อ้างอิงการดูแล แผลเบาหวาน https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=915 https://medlineplus.gov/diabeticfoot.html

  • เท้าปุก
    อื่นๆ

    โรคเท้าปุก (Clubfoot) รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

    โรคเท้าปุก (Clubfoot) คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเท้ามักผบมากในเด็กตั้งแต่แรกเกิด โดยเท้าจะบิดผิดรูปมักเรียกกันว่า เท้าปุก เท้าแป ในปัจจุบันสำหรับโรคนี้นั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน โดยโรคเท้าปุกนั้น อาจเกิดกับเท้าข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็เป็นไปได้ แพทย์จะแนะนำให้คนที่เป็นโรคนี้เข้ารับการรักษาทันที โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป เท้าปุก เกิดจากอะไร? อย่างที่บอกไปข้างต้นในปัจจุบันโรคเท้าปุก เท้าแป นั้นเรายังไม่ทราบสาเหตุแแน่ชัด สามารถพบได้หลายๆ สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม กระดูกบริเวณข้อเท้าผิดรูปตั้งแต่เกิดโรคเท้าปุกแบ่งออกเป็น 3 สาเหตุ คือ เกิดจากตำแหน่งทารกในครรภ์ถูกผนังมดลูกกดทับ แบบไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากกลุ่มอาการหรือโรคทางระบบประสาท โดยปัจจัยเสี่ยงเกิดจากพ่อแม่ คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเท้าปุก แม่ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์อาศัยในมดลูกที่มีน้ำคร่ำน้อย ท่าเด็กในครรภ์ที่มีการกดเบียดผนังมดลูก รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นโรคทางระบบประสาท เช่น อัมพาตสมอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองอาจจจะเป็นผลที่ตามมาหรือเป็นสาเหตุของเท้าปุก เท้าแปก็ได้ ref: pr.moph.go.th โรคเท้าปุก มีกี่ชนิด? โรคเท้าปุกสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ โรคเท้าปุกเทียม (postural clubfoot) เกิดจากการผิดปกติของเท้าที่ขณะอยู่ในครรภ์มีเท้าบิดเข้าด้านใน ไม่มีรอยลึกผิวหนังด้านในของฝ่าเท้าและด้านหลังของข้อเท้า ซึ่งโรคเท้าปุกประเภทนี้สามารถดัดให้เท้าอยู่ในลักษณะเหมือนเท้าปกติได้ง่าย โรคเท้าปุกแท้ (congenital clubfoot) โรคเท้าปุกประเภทนี้ไม่สามารถดัดให้ความผิดรูปหายไปได้ โรคเท้าปุกชนิดที่เกิดขึ้นร่วมกับโรคอื่น (syndromic หรือ teratologic clubfoot) เกิดจากการที่มีโรคอื่นร่วมด้วยเช่น โรคกล้ามเนื้อยึดติดแข็ง (arthrogryposis multiplex congenita) โรคถุงน้ำในไขสันหลัง (myelomeningocele)  ซึ่งหลังการรักษา โรคเท้าปุกประเภทนี้สามารถกลับเป็นซ้ำได้ การรักษาโรคเท้าปุก (Clubfoot) การรักษาจะเป็นการักษาด้วยการดัดเท้าร่วมกับการเข้าเฝือกควรทำตั้งแต่ทารกพึ่งคลอดเพราะถ้าปล่อยไว้นานเกินไปกระดูกในเท้าจะเจริญเติบโตผิดแนว ทำให้กระดูกและข้อในเท้าผิดรูปอย่างถาวรได้  การดูแลควรสวมรองเท้าที่พอดีและรับกับลักษณะของฝ่าเท้าสวมอุปกรณ์เสริมที่เท้าเพื่อลดอาการปวดเท้า โดยรองเท้าหรือแผนเสริมนี้ควรได้รับการทำจากนักกายอุปกรณ์  ด้วยเช่นกัน  

  • ซ่อมขาเทียม
    ขาเทียม

    ซ่อมขาเทียมที่ไหนดี ควรเปลี่ยนแค่อะไหล่ หรือว่าเปลี่ยนขาเทียมใหม่เลย?

    ไม่ดีแน่ หากขาเทียมที่เราใช้อยู่ทุกวันเกิดชำรุด ไม่รู้ว่าจะหาที่ ซ่อมขาเทียม ที่ไหนดี ควรเปลี่ยนแค่อะไหล่หรือว่าเปลี่ยนขาเทียมใหม่เลย? ค่าใช้จ่ายจะเป็นอย่างไรวันนี้ วรัตม์กิตติ์ คลินิก จะมาให้คำตอบกันว่า เราควรทำอย่างไร ซ่อมขาเทียมที่ไหนดี? โดยปกติแล้วหากขาเทียมเราเกิดชำรุดเสียหายนั้นการซ่อมขาเทียมที่แรกที่เรานึกถึงความเป็นที่ๆ เราทำขาเทียมมาไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรือ หน่วยงานที่เราไปทำแต่ถ้าหน่วยงานนั้นไม่สามารถซ่อมขาเทียมเราได้ เราอาจจะหา คลินิก หรือ โรงพยาบาลอื่นที่พอจะมีอะไหล่ขาเทียมที่เข้ากับรุ่นขาเทียมของเรา แต่หาชำรุดมากเกินไป เราอาจจะต้องเปลี่ยนขาเทียมใหม่ สำหรับสิทธิผู้ที่ถือบัตรคนพิการ ข้าราชการ หรือ ประกันสังคม รู้หรือไม่ว่า ท่านสามารถได้สิทธิเปลี่ยนอะไหล่ หรือ ซ่อมขาเทียมได้ฟรี ตามเงื่อนไขของบัตรผู้พิการ หรือกองทุนนั้นๆ ต้องการเปลี่ยนขาเทียมใหม่หรือซ่อมขาเทียมสามารถทำที่โรงพยาบาลบางกรวย 2 ได้หรือไม่ เนื่องจากทางโรงพยาบาลบางกรวย 2 มีหน่วยกายอุปกรณ์ ท่านสามารถ เปลี่ยนขาเทียม หรือซ่อมขาเทียมได้ฟรีตามสิทธิ โดยสามารถ แอดไลน์  Line: @varatmkittclinic (มี @ ด้วย)  ปรึกษากับทางเราได้ว่า ขาเทียมของท่านควรเปลี่ยนหรือว่าควรซ่อม ตัวอย่างขาเทียม    

  • รองเท้าสำหรับเท้าแบน
    อุ้งเท้าแบน

    ควรใช้ รองเท้าสำหรับเท้าแบน หรือ แค่แผ่นรองเท้าแบน

    เท้าแบน เป็นภาวะผิดปกติของโครงสร้างเท้า เกิดขึ้นระหว่างกระบวณการ การเดิน เมื่ออุ้งเท้าของเราล้มหรือแบนลงตามการลงน้ำหนัก ดังนั้น รองเท้าสำหรับเท้าแบน จึงจำเป็นสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าแบนเป็นอย่างมากแต่รองเท้าสำหรับเท้าแบนนั้น อาจจะไม่สวยถูกใจใครหลายๆ คนจึงเกิดคำถามว่า ใช้แค่ แผ่นรองเท้าแบน ได้หรือปล่า เรามีดูกันดีกว่า เลือกรองเท้าสำหรับเท้าแบน หากคุณกำลังจะซื้อรองเท้าเพื่อสวมใส่คุณควรคิดถึงรองเท้าวิ่ง เพราะว่าจะมีเทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปเพื่อช่วยพยุงอุ้งในรองเท้ากีฬาประเภทนี้มากกว่าประเภทอื่น ๆเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะกับประเภทของเท้าของคุณ ส่วนใหญ่จะมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เท้าแบน โค้งสูงและเท้าเป็นกลาง การออกแบบบางอย่างจะไม่สามารถปรับให้เหมาะกับเท้าของคุณได้และคุณควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่แม้ว่าคุณจะชอบการออกแบบเหล่านี้ก็ตาม ให้เข้าใจง่ายๆ คือพยายามเลือกรองเท้าที่คุณสวมใส่แล้วรู้สึกสบายเท้า หลักการเลือกรองเท้าสำหรับเท้าแบนมีดังนี้ ภายในของรองเท้าจากส้นเท้าถึงปลายสุดของนิ้วโป้งเท้าต้องมีลักษณะตรง รองเท้าหุ้มและยึดส่วนข้อเท้าได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง ส้นรองเท้า ควรกระชับพอดีกับด้านหลัง ไม่ขยับขึ้นลงได้ ส่วนหน้าเท้า ให้พื้นที่และอิสระในการเคลื่อนไหวนิ้วเท้าได้สะดวก เลือกรองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้าของคุณ เช่นปลายเท้ากว้างไม่ควรเลือกรองเท้าหัวเล็กและแคบ รองเท้ามีจุดยึดเท้าให้อยู่ภายในรองเท้าดี ไม่เกิดการการเลื่อนไหลขณะเกิน รองเท้ามีพื้นที่ให้ส่วนของส้นเท้ากว้าง ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงเกิน 1 ½ นิ้ว เพื่อทำงาน แผ่นรองเท้าแบน สามารถทดแทนรองเท้าสำหรับเท้าแบน ได้หรือไม่ จริงๆ แล้วอาการแก้ไขอุ้งเท้าแบนสามารถแก้ไขได้ด้วยการรักษาโดยที่ไม่ต้องใช้การผ่าตัด สามารถใช้แผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าที่ถูกออกแบบให้มีการพยุงอุ้งเท้าที่พอดีและควรมีการเสริมด้านในฝ่าเท้าเพื่อป้องกันการเกิดอุ้งเท้าแบนมากขึ้นอีกรองเท้าที่สวมใส่ควรเป็นรองเท้าที่สวมใส่ได้พอดี ตามหลักการเลือกรองเท้า  หลักการเลือกแผ่นรองเท้าแบน ควรเลือกแผนรองเท้าแบบที่ทำมาเพื่อเท้าของคุณโดยเฉพาะ แผ่นรองควรทำโดยนักกายอุปกรณ์ ที่มีใบประกอบโรคศิลปะเท่านั้น ไม่ควรใช้แผ่นรองเท้าสำเร็จรูป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ และปรึกษาฟรีผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าสำหรับเท้าแบน : แอดไลน์ @varatmkittclinic หรือโทร. 087-049-1333

  • รองเท้าเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    รองเท้าเบาหวาน สำคัญอย่างไร หาซื้อได้ที่ไหน

    หากจะถามว่า รองเท้าเบาหวาน นั้นมีความสำคัญอย่างไร ต้องบอกเลยว่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้นรองเท้าเบาหวานมีความสำคัญมาก เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการถูกตัดขา ลงไป รองเท้าเบาหวานจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาที่จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงได้อย่างดีเยี่ยม ทำความรู้จักโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน เป็นผลมาจากความผิดปกติของระบบการเผาผลาญอาหาร เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิต อินซูลิน (ฮอร์โมนที่หลั่งโดยตับอ่อนซึ่งจำเป็นต่อการนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ประโยชน์) ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานจะ ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้อยู่ในรูปที่เซลล์ของร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งผลที่ตามมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็คือ ระบบการหมุนเวียนเลือดผิดปกติ และความเสียหายของเส้นประสาท โรคเบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและควบคุบร่วมกับการบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เป็นต้น ทำไมเป็นโรคเบาหวานแล้วจำเป็นต้องใส่รองเท้าเบาหวาน โดยส่วนมากแล้วโรคเบาหวานจะเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ โรคระบบประสาทส่วนปลาย อาการจะออกมาในลักษณะของการทำหน้าที่ผิดปกติของเส้นประสาทนั้นๆในระยางค์ของร่างกาย (แขน, ขา) ซึ่งจะทำให้ค่อยสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับความรู้สึก ของ แขน ขา มือ และรวมไปถึงเท้า ผู้ที่มีอาการเบาหวานอาจจะเจออาการ เหน็บ, ชา, อ่อนแรง ในระยางค์ของร่างกาย ( แขน, ขา), อาการปวด, หรือรู้รึกปวดแสบปวดร้อน เป็นต้น ความบกพร่องในการรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดในบริเวณที่ได้รับความเจ็บปวดนั้นเป็นปัญหาหลักๆอย่างมาก ปกติแล้วความเจ็บปวดนั้นจะทำให้เราสามารถรับรู้ได้ เมื่อมีบางสิ่งที่ผิดปกติหรืออันตรายเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เมื่อถ้าเราได้สูญเสียประสาทสัมผัสในส่วนนี้ไปแล้ว ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันของเรานั้นเราจะไม่ค่อยได้สังเกตุ บาดแผล รอยไหม้ ถลอก ตุ่มพองต่างๆ ที่อาจเกิดจากการเลือกใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม อาการต่างๆเหล่านั้นจะหายได้ยากกว่าปกติเพราะเนื่องมาจากระบบการหมุนเวียนที่ผิดปกติของอาการเบาหวาน และยังสามารถนำไปสู่ปัญหาผิวหนัง และการติดเชื้อ ของเท้าได้อีกด้วย การดูแลสุขภาพเท้าเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานนั้นควรตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมการบริโภคอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรจะพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อเช็คความผิดปกติที่อาจจะเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานควรต้องตรวจสอบเท้าอย่างละเอียดทุกๆ วัน ใช้มือสัมผัสถึงผิวที่แห้งหรือแข็ง ส่องกระจกดูบริเวณใต้ฝ่าเท้าเพื่อดูจุดแดง ผิวแห้งแตก ผู้ป่วยเบาหวานควรที่จะมีแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าแบบเฉพาะรายและหรือรวมไปถึง รองเท้าที่ตัดตามรูปเท้าของเราซึ่งรองเท้าและแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าแบบเฉพาะ รายที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการเกิดแผลที่เกิดจากการ เดินหรือยืนโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจได้ โดยกระบวนการในการทำเป็นแผ่นละรองเท้าแบบเฉพาะรายนี้เราจะเรียกว่า รองเท้าเบาหวาน แผลและการรักษา บาดแผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้นั้น ต้องยอมรับว่าสามารถรักษาได้ยากมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดแผลที่บริเวณฝ่าเท้าอันเนื่องมาจากระบบเส้นประสาทที่ เสื่อมคุณภาพไปทำมให้เราไม่สามารถรับความรู้สึก หรือระวังตัวเมื่อเกิดสิ่งเร้าได้ และที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ฝ่าเท้าของเราต้องรับน้ำหนักตัวของเราเมื่อเกิดกิจกรรมในการยืน เดิน หรือวิ่ง นอกจากนี้โดยปกติถ้าเราใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมหรือมีการบีบรัดบางจุดต่อ เท้าของเราก็เป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดแผลที่ฝ่าเท้าของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น การเสียดสี กับผนังรองเท้า ผนังดดด้านในรองเท้าที่แข็ง หรือใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ความอับ ชื้นภายในรองเท้า เป็นต้น เรามาดูแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและหลังจากที่ใส่รองเท้าเบาหวานแล้วเกินอะไรขึ้น? หลังจากทีมศัลยแพทย์ส่งผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการ Vaccum dressing ต่อมาก็เป็นหน้าที่ของ ทีม Rehab กายภาพบำบัด รวมถึงนักกายอุปกรณ์ ที่จะต้องฟื้นฟูผู้ป่วยบนพื้นฐานของสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย การทำงานเป็นทีม สำคัญที่สุดครับ สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีความซับซ้อน ทั้งสภาวะของเบาหวาน สภาวะความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ สภาวะความผิดรูปของโครงสร้างเท้าและการลงน้ำหนักใต้ฝ่าเท้า ซึ่งการลงน้ำหนักที่ผิดปกติใต้ฝ่าเท้านั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลที่เราเห็นดังภาพครับ หลังจากผู้ป่วยเข้าระบบการรักษา และได้ตัด orthopedic shoe + foot orthotic และได้ใส่รองเท้าเบาหวาน มาสองอาทิตย์ แล้ว ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจมากในด้านของการฟื้นตัวของแผล (ปากแผลลดลงจากการบันทึกของทีมทำแผลรวมถึงเนื้อตายลดลง) และการบวมของเท้าลดลงเป็นอย่างมาก เคสนี้ เรา follow up กันทุกสองอาทิตย์ นัดต่อไป ในเดือนมกราคม หรือกุมภาพันธ์ หาก volume ของเท้าลดลงเป็นอย่างมากนักกายอุปกรณ์จะหล่อแบบเท้าอีกครั้งเพื่อเปลี่ยน foot orthotic ให้กับผู้ป่วยครับ ถัดมาอีก 2 อาทิตย์ กับการรักษาเต็มระบบในมุมของนักกายอุปกรณ์ในทีมถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก จากภาพ ก่อน ขูดเนื้อตายรอบแผล สังเกตุได้ชัดว่าวงแผลเล็กลงจากสองสัปดาห์ที่แล้วอีก และปริมาตรของเท้าก็เล็กลงอีก สัปดาห์นี้ ทางนักกายอุปกรณ์ ขอเช็คเรื่อง fitting ของ foot orthotic อีกครั้ง เนื่องจากสภาวะบวมและขนาดแผลลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และในทีมลงความเห็นร่วมกันว่า นัดต่อไปอีกสองสัปดาห์เราจะทำการหล่อแบบเพื่อทำแผนเสริมและรองเท้าเบาหวานให้ใหม่ในข้างที่มีแผลเพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ   รองเท้าเบาหวาน หาซื้อได้ที่ไหน รองเท้าเบาหวาน จริงๆไม่สามารถหาซื้อไปตามร้านหรือใน internet ทั่วไปเพราะโดยปกติแล้วรองเท้าเบาหวานที่ดีต้องออกมาแบบเพื่อผู้ป่วยคนนั้นๆ แบบเฉพาะรายที่ต้องมีทั้งกระบวนการพิมพ์เท้าหล่อแบบ และขึ้นรูปแล้วจะเป็นขั้นตอนการสั่งตัด การพิมพ์เท้า ซึ่งผู้ป่วยสามารถทำได้ที่  วรัตม์กิตติ์ คลินิก โดยขั้นตอนการทำจะทำโดยนักกายอุปกรณ์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ และปรึกษาฟรีผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเบาหวาน : แอดไลน์ : http://line.me/ti/p/%40varatmkittclinicโทร. 087-049-1333 แบบรองเท้าเบาหวานที่ดี รองเท้าเบาหวานที่ดีหน้าต้องไม่แคบ เพราะจะทำให้รองเท้สาบีบรัดเท้ามากเกินไป รองเท้าหัวปิดเพื่อ ปกป้องปลายให้ในการกระแทก วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าควรเป็นหนังแท้ ที่มีความยืดหยุ่น ระบายความชื้นและอากาศได้ดี ส้นไม่สูงจนเกินไปเพื่อป้องกันการล้ม ส้นเท้าควรทำจากยางที่ดีเพื่อป้องกันการลื่นขณะเดิน ควรเป็นรองเท้าแบบเฉพาะราย เนืองจากจะได้รองเท้าที่ส่วมใส่พอดี ทองเท้าสามารถถอดแผ่นเสริมฝ่าเท้าได้ และแผ่นเสริมฝ่าเท้าต้องออกแบบมาเพื่อน ผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ  

  • บัตรคนพิการ
    ขาเทียม

    ทํา บัตรคนพิการ ได้ที่ไหนบ้าง มีขั้นตอนยังไงและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับมีอะไรบ้าง

    ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 นั้นได้มอบสิทธิประโยชน์ สำหรับผู้พิการที่ถือ บัตรคนพิการ เพิ่มขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้พิการ เดือนละ 800 บาท หรือ สิทธิประโยชน์อื่น ๆ แต่คนพิการ หรือผู้ดูแลอาจจะสงสัยว่า บัตรคนพิการมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง และ สามารถ ทําบัตรคนพิการ ได้ที่ไหน วันนี้  วรัตม์กิตติ์ คลินิก มีคำตอบ คุณสมบัติของคนพิการที่สามารถขอยื่นคำขอบัตรคนพิการได้ ต้องผู้มีสัญชาติไทย ทําบัตรคนพิการ ได้ที่ไหนบ้าง  กรุงเทพมหานคร– ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ– โรงพยาบาลสิรินธร– โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน– สถาบันราชานุกูล– โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี– โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)– ศูนย์บริการคนพิการสายไหม เคหะเอื้ออาทรสายไหม– สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ มหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก)  ศูนย์บริการคนพิการประจำจังหวัด สถานที่ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ สถานที่ยื่นคำขอทำ บัตรคนพิการ กรุงเทพมหานคร ฝ่ายสังคมสงเคราะห์งานเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลศิริราช, ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ มหาราชินี, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สถานที่ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการต่างจังหวัด โรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือ อำเภอ ที่มีศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในโรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ หน่วยงานของรัฐอื่นตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนด เอกสารที่ใช้ในการ ทำบัตรคนพิการ เอกสารหลักฐานของผู้พิการเอกสารประจําตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนี้ บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวข้าราชการ สูติบัตรสําหรับบุคคลอายุต่ำกว่าสิบห้าปี หนังสือรับรองการเกิดตามแบบที่กรมการปกครองกําหนด  ทะเบียนบ้าน รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป เอกสารรับรองความพิการของผู้พิการ สภาพความพิการเป็นที่เห็นได้ เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอถ่ายสภาพความพิการไว้เป็นหลักฐาน สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือ บัตรคนพิการ ผู้ถือบัตรคนพิการรจะได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท บริการด้านการแพทย์ สามารถรับบริการด้านสาธารณสุขของรัฐได้ทุกที่ทุกแห่งโดยไม่ต้องมีหนังสือส่งต่อ การฟื้นฟูร่างกาย สมรรถภาพทางการแพทย์ ได้แก่ การฟื้นฟูการได้ยิน การฟื้นฟูการมองเห็น กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด  เป็นต้น สามารถมีสิทธิได้รับอุปกรณ์ในการช่วยเหลือคนพิการ เช่น อุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริม ขาเทียมฟรี หรือเครื่องช่วยคนพิการ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่า บริการทางการศึกษาโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิต ส่งเสริมอาชีพและคุ้มครองการมีงานทำของผู้พิการ เพราะ เงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศกำหนดและการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการหน่วยงานภาครัฐ และหรือ  เอกชน บริการให้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ โดยไม่คิดดอกเบี้ย การลดหย่อนค่าโดยสารขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ อ้างอิงจาก dep.go.th