fbpx
  • แผลเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    วิธีดูแล แผลเบาหวาน ที่เท้า

    แผลเบาหวาน หรือแผลที่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คุณหมอมักคอยกำชับให้ผู้ป่วยเบาหวานระมัดระวังการเกิดแผล โดยเฉพาะการเกิดแผลที่เท้า เพราะแผลในผู้ป่วยเบาหวานจะหายช้ากว่าแผลธรรมดาหรืออาจจะส่งผลให้ โดนตัดขาได้ถ้าดูแลไม่ดี โดยสาเหตุที่ทำให้แผลเบาหวานหายช้า มีหลายปัจจัยได้แก่   ปลายประสาทเสื่อม ทำให้การรับความรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าสูญเสียหรือลดลงไป ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมักไม่หยุดใช้เท้าเนื่องจากขาดความรู้สึกเจ็บทำให้แผลลุกลามและติดเชื้อในที่สุด ความผิดปกติของหลอดเลือด เนื่องจากสภาวะแข็งตัวของหลอดเลือด ตีบหรือการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเหวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณแผลได้เพียงพอทำให้การสมานตัวของแผลเป็นไปได้ช้า การติดเชื้อแทรกซ้อน แผลที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักเกิดการติดเชื้อร่วมด้วยอยู่เสมอทำให้แผลลุกลามมากขึ้น ยิ่งหากมีภาวะแทรกซ้อนทางประสาทและหลอดเลือดด้วยแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายยิ่งยากมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกตัดขา การดูแลรักษา แผลเบาหวาน ที่เท้า การรักษาแผลเบื้องต้นด้วยตนเอง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน เช็ดให้แห้งและใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน ไม่ควรใช้แอลกอฮอลเช็ดทำความสะอาดแผลเพราะแฮลกอฮอลจะไปทำลายเนื้อเยื่อที่แผลได้ แต่สามารถเช็ดทำความสะอาดรอบๆปากแผลได้ ใช้ผ้าปิดแผลปิดแผลที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว ไม่ควรใช้พลาสเตอร์ปิดที่แผลโดยตรง หากแผลมีอาการบวมแดงและมีน้ำเหลืองออกมา แม้ว่าจะไม่มีอาการเจ็บปวด ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว การรักษาโดยแพทย์ โดยพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ การทำแผลที่มีหนองและเนื้อตาย โดยแพทย์จะกรีดระบายหนองออกและตัดเนื้อที่ตายออกการใช้ยาปฎิชีวะนะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วินิฉัยและสั่งยา การหยุดพักบริเวณแผล พยายามเดินเท่าที่จำเป็นหรือแพทย์จะพิจารณาสั่งทำแผ่นรองเท้าหรือรองเท้าที่ทำขึ้นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบริเวณแผล การผ่าตัดหลอดเลือด หากแผลได้รับการวินิฉัยแล้วว่ามีสาเหตุมาจากหลอดเลือดตีบแข็ง ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมิณพยาธสภาพของโรคและความพร้อมของผู้ป่วยว่สำควรเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่ การผ่าตัดเท้าทิ้ง จะจำเป็นเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ โดยแพทย์ผู้พิจารณาระดับการตัดเท้า การป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้า รักษาความสะอาดของเท้า ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาด สบู่ และเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว ทุกวัน ตัดเล็บไม่ให้สั้นหรือยาวเกินไป และระวังไม่ให้เกิดแผลระหว่างการตัดเล็บ หมั่นตรวจเท้าทุกวัน ตรวจสอบทั้งด้าบนเท้าและฝ่าเท้าว่ามีแผลหรือไม่ ตรวจง้ามนิ้วเท้าทุกนิ้วว่ามีแผลหรือเชื้อราหรือไม่ ตรวจสอบเล็บเท้าว่ามีเล็บขบหรือไม่ ทาครีมทั่วบริเวณเท้า เว้นบริเวณง้ามนิ้วเท้าไว้ เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักแห้งและแตกได้ง่าย สวมถุงเท้าอยู่บ้านทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อรักษาความชุ่มชื่นของเท้าและลดการเสียดสีที่เท้า แนะนำให้กลับตะเข็บถุงเท้าออกมาไว้ด้านนอกเพื่อไม่ให้เท้าเสียดสีกับตะเข็บถุงเท้าและเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ทุกวัน หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ทั้งในบ้านและนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินบนพื้นที่ร้อน ตรวจสอบรองเท้าทุกครั้งก่อนสวมใส่ ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในรองเท้าและรองเท้าอยู่ในสภาพที่ดีเหมาะแก่การสวมใส่ การเลือกซื้อ รองเท้าเบาหวาน เลือกซื้อรองเท้าที่มีขนาดเหมาะสมกับเท้า ควรเลือกซื้อรองเท้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเท้าจริง ครึ่งหรือหนึ่งเบอร์ หรือเมื่อเมื่อสวมรองเท้าแล้วเหลือพื้นที่บริเวณปลายนิ้วเท้ากับรองเท้าประมาณ 1 หัวแม่โป้งมือ ไม่ควรเลือกรองเท้าที่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้า เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับรูปเท้า บริเวณด้านหน้าที่ใหญ่ที่สุดของรองเท้าไม่ควรเล็กกว่าส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหน้าเท้าเรา ไม่ควรเลือกรองเท้าที่บีบบริเวณหน้าเท้าของเรามากเกินไป บริเวณด้านหลังของรองเท้าควรแข็งเพื่อประคองกระดูกส้นเท้าอยู่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง พื้นรองเท้าไม่ควรแข็งหรือนิ่มเกินไป ทดสอบโดยการงอรองเท้า รองเท้าไม่ควรงอง่ายหรือยากเกินไป เลือกสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสมกับกิจกรรม ใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองเท้าเพื่อกระจายน้ำหนักให้ทั่วฝ่าเท้าลดความเสี่ยงในการเกิดแผล หรือใช้รองเท้าที่ทำขึ้นพิเศษให้เหมาะกับรูปเท้าในกรณีที่รูปเท้ามีความผิดปกติ รักษาระดับน้ำในเลือดให้ดีที่สุดและปฎิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ควบคุมระดับไขมันในเลือกให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ อ้างอิงการดูแล แผลเบาหวาน https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=915 https://medlineplus.gov/diabeticfoot.html

  • รองเท้าเบาหวาน
    รองเท้าเบาหวาน

    รองเท้าเบาหวาน สำคัญอย่างไร หาซื้อได้ที่ไหน

    หากจะถามว่า รองเท้าเบาหวาน นั้นมีความสำคัญอย่างไร ต้องบอกเลยว่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้นรองเท้าเบาหวานมีความสำคัญมาก เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการถูกตัดขา ลงไป รองเท้าเบาหวานจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาที่จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงได้อย่างดีเยี่ยม ทำความรู้จักโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน เป็นผลมาจากความผิดปกติของระบบการเผาผลาญอาหาร เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิต อินซูลิน (ฮอร์โมนที่หลั่งโดยตับอ่อนซึ่งจำเป็นต่อการนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ประโยชน์) ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานจะ ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้อยู่ในรูปที่เซลล์ของร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งผลที่ตามมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็คือ ระบบการหมุนเวียนเลือดผิดปกติ และความเสียหายของเส้นประสาท โรคเบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและควบคุบร่วมกับการบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เป็นต้น ทำไมเป็นโรคเบาหวานแล้วจำเป็นต้องใส่รองเท้าเบาหวาน โดยส่วนมากแล้วโรคเบาหวานจะเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ โรคระบบประสาทส่วนปลาย อาการจะออกมาในลักษณะของการทำหน้าที่ผิดปกติของเส้นประสาทนั้นๆในระยางค์ของร่างกาย (แขน, ขา) ซึ่งจะทำให้ค่อยสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับความรู้สึก ของ แขน ขา มือ และรวมไปถึงเท้า ผู้ที่มีอาการเบาหวานอาจจะเจออาการ เหน็บ, ชา, อ่อนแรง ในระยางค์ของร่างกาย ( แขน, ขา), อาการปวด, หรือรู้รึกปวดแสบปวดร้อน เป็นต้น ความบกพร่องในการรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดในบริเวณที่ได้รับความเจ็บปวดนั้นเป็นปัญหาหลักๆอย่างมาก ปกติแล้วความเจ็บปวดนั้นจะทำให้เราสามารถรับรู้ได้ เมื่อมีบางสิ่งที่ผิดปกติหรืออันตรายเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เมื่อถ้าเราได้สูญเสียประสาทสัมผัสในส่วนนี้ไปแล้ว ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันของเรานั้นเราจะไม่ค่อยได้สังเกตุ บาดแผล รอยไหม้ ถลอก ตุ่มพองต่างๆ ที่อาจเกิดจากการเลือกใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม อาการต่างๆเหล่านั้นจะหายได้ยากกว่าปกติเพราะเนื่องมาจากระบบการหมุนเวียนที่ผิดปกติของอาการเบาหวาน และยังสามารถนำไปสู่ปัญหาผิวหนัง และการติดเชื้อ ของเท้าได้อีกด้วย การดูแลสุขภาพเท้าเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานนั้นควรตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมการบริโภคอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรจะพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อเช็คความผิดปกติที่อาจจะเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานควรต้องตรวจสอบเท้าอย่างละเอียดทุกๆ วัน ใช้มือสัมผัสถึงผิวที่แห้งหรือแข็ง ส่องกระจกดูบริเวณใต้ฝ่าเท้าเพื่อดูจุดแดง ผิวแห้งแตก ผู้ป่วยเบาหวานควรที่จะมีแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าแบบเฉพาะรายและหรือรวมไปถึง รองเท้าที่ตัดตามรูปเท้าของเราซึ่งรองเท้าและแผ่นเสริมใต้ฝ่าเท้าแบบเฉพาะ รายที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการเกิดแผลที่เกิดจากการ เดินหรือยืนโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจได้ โดยกระบวนการในการทำเป็นแผ่นละรองเท้าแบบเฉพาะรายนี้เราจะเรียกว่า รองเท้าเบาหวาน แผลและการรักษา บาดแผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้นั้น ต้องยอมรับว่าสามารถรักษาได้ยากมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดแผลที่บริเวณฝ่าเท้าอันเนื่องมาจากระบบเส้นประสาทที่ เสื่อมคุณภาพไปทำมให้เราไม่สามารถรับความรู้สึก หรือระวังตัวเมื่อเกิดสิ่งเร้าได้ และที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ฝ่าเท้าของเราต้องรับน้ำหนักตัวของเราเมื่อเกิดกิจกรรมในการยืน เดิน หรือวิ่ง นอกจากนี้โดยปกติถ้าเราใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมหรือมีการบีบรัดบางจุดต่อ เท้าของเราก็เป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดแผลที่ฝ่าเท้าของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น การเสียดสี กับผนังรองเท้า ผนังดดด้านในรองเท้าที่แข็ง หรือใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ความอับ ชื้นภายในรองเท้า เป็นต้น เรามาดูแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและหลังจากที่ใส่รองเท้าเบาหวานแล้วเกินอะไรขึ้น? หลังจากทีมศัลยแพทย์ส่งผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการ Vaccum dressing ต่อมาก็เป็นหน้าที่ของ ทีม Rehab กายภาพบำบัด รวมถึงนักกายอุปกรณ์ ที่จะต้องฟื้นฟูผู้ป่วยบนพื้นฐานของสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย การทำงานเป็นทีม สำคัญที่สุดครับ สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีความซับซ้อน ทั้งสภาวะของเบาหวาน สภาวะความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ สภาวะความผิดรูปของโครงสร้างเท้าและการลงน้ำหนักใต้ฝ่าเท้า ซึ่งการลงน้ำหนักที่ผิดปกติใต้ฝ่าเท้านั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลที่เราเห็นดังภาพครับ หลังจากผู้ป่วยเข้าระบบการรักษา และได้ตัด orthopedic shoe + foot orthotic และได้ใส่รองเท้าเบาหวาน มาสองอาทิตย์ แล้ว ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจมากในด้านของการฟื้นตัวของแผล (ปากแผลลดลงจากการบันทึกของทีมทำแผลรวมถึงเนื้อตายลดลง) และการบวมของเท้าลดลงเป็นอย่างมาก เคสนี้ เรา follow up กันทุกสองอาทิตย์ นัดต่อไป ในเดือนมกราคม หรือกุมภาพันธ์ หาก volume ของเท้าลดลงเป็นอย่างมากนักกายอุปกรณ์จะหล่อแบบเท้าอีกครั้งเพื่อเปลี่ยน foot orthotic ให้กับผู้ป่วยครับ ถัดมาอีก 2 อาทิตย์ กับการรักษาเต็มระบบในมุมของนักกายอุปกรณ์ในทีมถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก จากภาพ ก่อน ขูดเนื้อตายรอบแผล สังเกตุได้ชัดว่าวงแผลเล็กลงจากสองสัปดาห์ที่แล้วอีก และปริมาตรของเท้าก็เล็กลงอีก สัปดาห์นี้ ทางนักกายอุปกรณ์ ขอเช็คเรื่อง fitting ของ foot orthotic อีกครั้ง เนื่องจากสภาวะบวมและขนาดแผลลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และในทีมลงความเห็นร่วมกันว่า นัดต่อไปอีกสองสัปดาห์เราจะทำการหล่อแบบเพื่อทำแผนเสริมและรองเท้าเบาหวานให้ใหม่ในข้างที่มีแผลเพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ   รองเท้าเบาหวาน หาซื้อได้ที่ไหน รองเท้าเบาหวาน จริงๆไม่สามารถหาซื้อไปตามร้านหรือใน internet ทั่วไปเพราะโดยปกติแล้วรองเท้าเบาหวานที่ดีต้องออกมาแบบเพื่อผู้ป่วยคนนั้นๆ แบบเฉพาะรายที่ต้องมีทั้งกระบวนการพิมพ์เท้าหล่อแบบ และขึ้นรูปแล้วจะเป็นขั้นตอนการสั่งตัด การพิมพ์เท้า ซึ่งผู้ป่วยสามารถทำได้ที่  วรัตม์กิตติ์ คลินิก โดยขั้นตอนการทำจะทำโดยนักกายอุปกรณ์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ และปรึกษาฟรีผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเบาหวาน : แอดไลน์ : http://line.me/ti/p/%40varatmkittclinicโทร. 087-049-1333 แบบรองเท้าเบาหวานที่ดี รองเท้าเบาหวานที่ดีหน้าต้องไม่แคบ เพราะจะทำให้รองเท้สาบีบรัดเท้ามากเกินไป รองเท้าหัวปิดเพื่อ ปกป้องปลายให้ในการกระแทก วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าควรเป็นหนังแท้ ที่มีความยืดหยุ่น ระบายความชื้นและอากาศได้ดี ส้นไม่สูงจนเกินไปเพื่อป้องกันการล้ม ส้นเท้าควรทำจากยางที่ดีเพื่อป้องกันการลื่นขณะเดิน ควรเป็นรองเท้าแบบเฉพาะราย เนืองจากจะได้รองเท้าที่ส่วมใส่พอดี ทองเท้าสามารถถอดแผ่นเสริมฝ่าเท้าได้ และแผ่นเสริมฝ่าเท้าต้องออกแบบมาเพื่อน ผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ